ถนนเมืองไทย ขับเร็วได้แค่ไหนกันแน่

ความเร็วตามกฎหมาย

103

หากยึดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก และพระราชบัญญัติจราจรทางหลวง กำหนดความเร็วสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยแยกตามประเภทถนนได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้

     – เขตกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเขตเทศบาลทุกจังหวัด ตามกฎหมายระบุให้รถยนต์สามารถทำความเร็วได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในกลุ่มนี้รวมถึงทางด่วนพิเศษที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครด้วย

     – ทางหลวงระหว่างจังหวัด หรือเส้นทางที่เชื่อมต่อแต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย กฎหมายระบุให้รถยนต์สามารถทำความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม./ชม.

     – มอเตอร์เวย์ และวงแหวนกาญจนาภิเษก 2 เส้นทางที่กฎหมายระบุเอาไว้ว่า สามารถทำความเร็วสูงมีสุดในประเทศ นั่นก็คือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม.

102

ที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรฐานของทางหลวงหลายๆเส้นมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับสมรรถนะของรถยนต์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการอนุโลมเรื่องของพิกัดความเร็วในบางเส้นทาง เพราะต้องยอมรับว่าหากยึดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2522 หากเป็นถนนที่รถโล่ง รถทุกคนน่าจะโดนจับความเร็วกันทั้งหมดแน่นอน

ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการแก้ไขกฎหมายจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบหลักการอัตราความเร็วใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย เตรียมแก้ไขเพิ่มความเร็วรถบนทางด่วนพิเศษทุกเส้นทาง ขึ้นไปที่ 100-110 กม./ชม. จากเดิมวิ่งได้เพียง 80 กม./ชม. ทว่าเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

อีกหนึ่งประเด็นของการขับรถโดยในเส้นทางที่มีจำนวนตั้งแต่ 2 เลนขึ้นไป คือการที่หลายคนอาจจะเคยชินหรือเผลอ ขับแช่เลนด้านขวา จนถูกตำรวจเรียก และถูกปรับในข้อหา ‘ขับขวา’ ทั้งที่ไม่ได้ขับทำความเร็วเกินกำหนดแต่อย่างไร

กรณีนี้ กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ขับขี่จะต้องขับอยู่ในเลนฝั่งซ้ายเป็นหลัก ยกเว้นในกรณี มีสิ่งกีดขวาง หรือรถคันหน้าขับช้า หรือต้องการแซงรถคันหน้าเท่านั้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ผู้ขับขี่รถทุกคนควรต้องรู้ก่อนขับรถออกจากบ้านไม่ว่าจะเป็นเส้นทางในเมืองหรือทางไกลก็ตาม