ความปลอดภัยในชีวิตนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะความปลอดภัยของเด็ก ที่ผู้ปกครองควรใส่ใจอยู่ตลอดเวลา เหตุเพราะเด็กนั้นเป็นวัยที่ไม่มีความสามารถและการตัดสินใจที่เพียงพอต่อการป้องกันตนเองจากอันตรายที่เกิดขึ้นได้

และหากพูดถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนบ่อยที่สุดคือ อุบัติเหตุจากยานพาหนะนำโดยรถยนต์ โดยมีสถิติจากองค์กรอนามัยโลก(WHO) บอกว่า ประมาณการของจำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วโลกนั้นมากถึงปีละ 186,300 คน โดยในประเทศไทยนั้นอุบัติเหตุส่วนใหญเกิดในรถกระบะ รถโดยสารส่วนบุคคล ที่เมื่อเกิดการกระแทกขึ้น ตัวเด็กจะกระเด็นออกมานอกรถส่งผลให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส

เนื่องจากโครงสร้างทางด้านร่างกายของเด็กที่ยังไม่เติบโตเต็มที่เท่าผู้ใหญ่ จึงไม่อาจทนต่อการกระทบกระทั่งได้ อีกทั้งระบบเข็มขัดนิรภัยนั้นถึงแม้จะเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใหญ่ แต่กับเด็กแล้วกลับส่งผลตรงกันข้าม

ดังนั้นพ่อแม่ส่วนใหญ่ในยุคนี้ มักจะหาเบาะเสริมเพื่อความปลอดภัย หรือ Car seat (คาร์ซีท) กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะต่างประเทศที่ภาครัฐมีบทบาทช่วยเหลือส่งเสริมด้านความปลอดภัยของลูกคุณด้วย

เช่น ในสหรัฐอเมริกา โรงพยาบาลจะให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้งานคาร์ซีท รวมถึงตั้งกฎเกณฑ์ด้วยว่า หากพ่อแม่ที่ไม่มีคาร์ซีทสำหรับลูกบนรถ จะไม่อนุญาตให้พาลูกกลับบ้านได้

รวมถึงความเข้มงวดในการกวดขันแบบอื่น ๆ เช่น ในขณะที่รถแล่นอยู่จะไม่สามารถเอาเด็กออกจากคาร์ซีทได้ หากอุ้มเด็กออกตำรวจสามารถจับคุณได้ทันที หรือหากต้องการให้นมลูกต้องจอดพักก่อนเท่านั้น ซึ่งกฎหมายเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีทในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น จะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ เรื่องของกำหนดอายุเด็กที่ต้องใช้คาร์ซีท

ควรประชาสัมพันธ์และรณรงค์ผ่านทางช่องทางสื่อในด้านของประโยชน์และความปลอดภัยของการใช้อุปกรณ์นิรภัยกับเด็กบนรถ
จัดโครงการโปรโมชั่น โดยจับมือกับตัวแทนบริษัทอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น คาร์ซีท เพื่อส่งเสริมการขายและกระจายความนิยม และเล็งเห็นความปลอดภัย
อุบัติเหตุแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตได้ ดังนั้นควรตระหนักถึงความระมัดระวังและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และเป็นอันเข้าใจว่าราคาของอุปกรณ์ประเภทนี้ค่อนข้างสูงหากเทียบกับรายได้ของบางครัวเรือน แต่ขึ้นชื่อว่าความปลอดภัยแล้ว ราคามันคุ้มที่จะจ่ายเสมอหากเทียบกับการสูญเสีย